สำรวจเรียนรู้

10 อันดับ การกัดเซาะชายฝั่ง ที่รุนแรงที่สุดในโลก

การกัดเซาะชายฝั่ง (coastal erosion) หมายถึง กระบวนการที่แรงธรรมชาติ เช่น คลื่น น้ำขึ้นน้ำลง ลม และกิจกรรมของมนุษย์ทำให้ที่ดินชายฝั่งหายไป เมื่อเวลาผ่านไปอาจทำให้เกิดผลกระทบทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม การกัดเซาะชายฝั่งเป็นปัญหาสำคัญทั่วโลก โดยเฉพาะเมื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และการแทรกแซงของมนุษย์ในระบบชายฝั่งธรรมชาติทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง

1. ทะเลเหนือ สหราชอาณาจักร

  • สาเหตุ การมีพายุที่แรง ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และการพัฒนาโดยมนุษย์ตามชายฝั่ง รวมถึงการก่อสร้างสิ่งก่อสร้างป้องกันชายฝั่งที่บางครั้งอาจทำให้การกัดเซาะรุนแรงขึ้น
  • ผลกระทบ การกัดเซาะหน้าผา ชายหาด และโครงสร้างพื้นฐานชายฝั่ง ในบางพื้นที่เช่น Norfolk และ Suffolk ทำให้ชุมชนถูกย้ายถิ่นและที่ดินการเกษตรหายไป
  • จำนวนผู้เสียชีวิต ไม่มีการสูญเสียชีวิตที่สำคัญ แต่มีค่าใช้จ่ายทางเศรษฐกิจและความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน

เพิ่มเติม : ขุนสมุทรจีน : ภาพจำทะเลกินบก

สกิปซี (Skipsea) เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ห่างจากเมืองฮอร์นซี (Hornsea) ไปทางเหนือประมาณ 6 ไมล์ และห่างจากเมืองบริดลิงตัน (Bridlington) ไปทางใต้ประมาณ 10 ไมล์ บนชายฝั่งโฮลเดอร์เนส (Holderness Coast) ในเขตอีสต์ยอร์กเชียร์ (East Yorkshire) สกิปซีตั้งอยู่บนดินเหนียวปนก้อนหิน (soft boulder clay) ซึ่งเป็นวัสดุที่อ่อนตัว ทำให้พื้นที่นี้มี อัตราการกัดเซาะชายฝั่งสูงที่สุดในยุโรป การรวมกันของสภาพอากาศที่มีพายุรุนแรงและระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้หน้าผากว่า 10 เมตรหายไปจากแนวชายฝ่ายาว 2 ไมล์ภายในเวลาเพียง 9 เดือน (ที่มา : www.internetgeography.net)

2. ดินแดนสุทับรัง เบงกอล บังกลาเทศและอินเดีย

เพิ่มเติม : ฝั่ง-หาด-ชายฝั่ง-ชายหาด ต่างกันยังไง

  • สาเหตุ ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น พายุไซโคลน และปัจจัยที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การตัดไม้ทำลายป่า การสร้างเขื่อน และการจัดการชายฝั่งที่ไม่ดี
  • ผลกระทบ การกัดเซาะป่าโกงกาง การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และการย้ายถิ่นของผู้คนหลายล้านคน พื้นที่สุทับรังยังได้รับผลกระทบจากการลดลงของการประมงและการเกษตรชายฝั่ง
  • จำนวนผู้เสียชีวิต การกัดเซาะชายฝั่งเองไม่ได้ทำให้เกิดการเสียชีวิตโดยตรง แต่ผลกระทบจากการย้ายถิ่นและการสูญเสียอาชีพทำให้เกิดความยากจนและความตายจากปัจจัยที่ตามมา

3. ชายฝั่งหลุยเซียน่า สหรัฐอเมริกา

  • สาเหตุ ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ความถี่ของพายุเฮอริเคนที่เพิ่มขึ้น การขุดเจาะน้ำมันและก๊าซ และการสร้างเขื่อนและคลองที่ขัดขวางกระบวนการขนส่งตะกอนธรรมชาติ
  • ผลกระทบ การสูญเสียพื้นที่ป่าชายเลนและพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศน์และป้องกันการพังทลายของชายฝั่ง
  • จำนวนผู้เสียชีวิต ผลกระทบจากการกัดเซาะไม่ได้ทำให้เกิดการเสียชีวิตโดยตรง แต่ทำให้พื้นที่มีความเสี่ยงมากขึ้นในกรณีที่เกิดพายุรุนแรง เช่น พายุเฮอริเคน

เพิ่มเติม : การเติมทรายชายหาด

ตัวอย่างการสูญเสียพื้นที่ดินในชายฝั่งรัฐลุยเซียนาสหรัฐอเมริกา ระหว่างปี ค.ศ. 1932-2011; รายละเอียดบริเวณพอร์ตฟูร์ชง (Port Fourchon) (ที่มา : https://en.m.wikipedia.org)

4. ชายฝั่งเดลต้าของแม่น้ำไนล์ อียิปต์

  • สาเหตุ การลดลงของการไหลของตะกอนจากการสร้างเขื่อนอัสวาน การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล และกระบวนการกัดเซาะธรรมชาติ
  • ผลกระทบ การสูญเสียที่ดินการเกษตร การเพิ่มขึ้นของน้ำเค็มในแหล่งน้ำจืด และการย้ายถิ่นของผู้คนหลายพันคน
  • จำนวนผู้เสียชีวิต แม้ว่าการกัดเซาะชายฝั่งจะไม่ได้ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตโดยตรง แต่ได้สร้างสภาพที่ทำให้การท่วมและภัยธรรมชาติอื่นๆ เลวร้ายลง

เพิ่มเติม : หินกัดกร่อนที่ฝั่ง ตะกอนสะสมตัวที่หาด

แบบจำลอง น้ำท่วมชายฝั่งในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนล์ ภายใต้สถานการณ์ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น (ปัจจุบัน; เพิ่มขึ้น 0.5 เมตร; เพิ่มขึ้น 1.0 เมตร) จัดทำโดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งใช้สำหรับการประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและการวางแผนรับมือภัยพิบัติในภูมิภาค (ที่มา : Koraim และคณะ, 2011)

5. ชายฝั่งฟลอริดา สหรัฐอเมริกา

  • สาเหตุ ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น พายุเฮอริเคน และการพัฒนามนุษย์ เช่น การก่อสร้างเกาะป้องกันและสิ่งก่อสร้างชายฝั่งที่บางครั้งทำให้การกัดเซาะแย่ลง
  • ผลกระทบ การสูญเสียชายหาด การกัดเซาะบ้านและโครงสร้างพื้นฐานของการท่องเที่ยว และการทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต เช่น ปะการังและป่าชายเลน
  • จำนวนผู้เสียชีวิต การกัดเซาะชายฝั่งเองไม่ทำให้เกิดการเสียชีวิตโดยตรง แต่ทำให้ประชากรชายฝั่งเสี่ยงต่อพายุและน้ำท่วมที่อาจทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตได้
นักท่องเที่ยวสำรวจความเสียหายจากการกัดเซาะที่เกิดจากพายุรุนแรงในเคปซานบลาส รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 2015 เจ้าของที่ดินและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต่างพยายามอย่างหนักในการรับมือกับปัญหาการกัดเซาะอย่างรุนแรงที่ชายหาดยอดนิยมในแถบแพนแฮนเดิล (Panhandle) (ที่มา : www.naplesnews.com)

6. อ่าวเบงกอล อินเดีย

  • สาเหตุ พายุไซโคลน ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และการตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่ชายฝั่ง
  • ผลกระทบ การกัดเซาะชายหาด การสูญเสียที่ดินการเกษตรชายฝั่ง และการย้ายถิ่นของผู้คนหลายล้านคน ชุมชนที่อาศัยอยู่บนเกาะที่ต่ำมีความเสี่ยงสูงที่สุด
  • จำนวนผู้เสียชีวิต แม้ว่าการกัดเซาะชายฝั่งจะไม่ทำให้เกิดการเสียชีวิตโดยตรง แต่ผลกระทบจากการย้ายถิ่นและการสูญเสียอาชีพทำให้เกิดการตายจากภัยธรรมชาติ

เพิ่มเติม : รั้วกันทราย (Sand Fence)

7. เดลต้ากังกีส-บราห์มาปุตรา อินเดียและบังกลาเทศ

  • สาเหตุ ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น พายุไซโคลน และกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การสร้างเขื่อนและการตัดไม้ทำลายป่า
  • ผลกระทบ การกัดเซาะในพื้นที่เดลต้าอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อการเกษตร แหล่งน้ำจืด และการย้ายถิ่นของผู้คนหลายล้านคน ความสูญเสียทางความหลากหลายทางชีวภาพก็มีความสำคัญเช่นกัน
  • จำนวนผู้เสียชีวิต การกัดเซาะชายฝั่งที่นี่มีผลทางอ้อมต่อการเสียชีวิต โดยเฉพาะในช่วงพายุไซโคลนและอุทกภัย

8. หมู่เกาะวัดเดน เนเธอร์แลนด์

  • สาเหตุ ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น การพายุที่รุนแรง และการแทรกแซงของมนุษย์ เช่น การสร้างเขื่อนและการก่อสร้างการระบายน้ำ
  • ผลกระทบ การกัดเซาะชายหาดและพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญในการปกป้องพื้นที่ในบกจากน้ำท่วม
  • จำนวนผู้เสียชีวิต ไม่มีการสูญเสียชีวิตจากการกัดเซาะโดยตรง แต่การกัดเซาะทำให้พื้นที่มีความเสี่ยงจากน้ำท่วมที่เพิ่มขึ้นและภัยพิบัติทางธรรมชาติ

9. ชายฝั่ง แนวปะการังเกรทแบร์ริเออร์รีฟ ออสเตรเลีย

  • สาเหตุ การฟอกขาวของปะการัง อุณหภูมิของทะเลที่สูงขึ้น และความถี่ที่เพิ่มขึ้นของพายุโซนร้อน อีกทั้งการประมงและกิจกรรมของมนุษย์ก็ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง
  • ผลกระทบ การสูญเสียปะการังซึ่งสำคัญในการปกป้องชายฝั่ง การท่องเที่ยวและการประมงได้รับผลกระทบ การกัดเซาะยังคุกคามชุมชนท้องถิ่นด้วย
  • จำนวนผู้เสียชีวิต การกัดเซาะชายฝั่งเองไม่ได้ทำให้เกิดการเสียชีวิตโดยตรง แต่การลดทรัพยากรและการทำลายที่อยู่อาศัยทำให้เกิดความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพ

10. หมู่เกาะมัลดีฟส์

  • สาเหตุ ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นและพายุไซโคลน โดยเฉพาะเมื่อหมู่เกาะอยู่ใกล้ระดับน้ำทะเล
  • ผลกระทบ การกัดเซาะชายหาดและแหล่งน้ำจืด การสูญเสียที่ดินที่อยู่อาศัย และความเสี่ยงที่อาจทำให้ชุมชนบนเกาะสูญหายไปทั้งหมด มัลดีฟส์กำลังเผชิญกับการคุกคามจากการกัดเซาะ
  • จำนวนผู้เสียชีวิต แม้ว่าจะไม่มีการเสียชีวิตโดยตรงจากการกัดเซาะชายฝั่ง แต่การสูญหายของเกาะอาจทำให้เกิดการย้ายถิ่นและการตายจากเหตุการณ์ธรรมชาติ เช่น สึนามิและพายุไซโคลน
เกาะดิฟฟูชิ (Dhiffushi) ซึ่งเป็นหนึ่งในเกาะที่ตั้งอยู่ในระดับต่ำของมัลดีฟส์ มีการใช้เทคนิคการ บดอัด (compaction) และ เสริมโครงสร้าง (securitization) ทรายจำนวนมาก เพื่อสร้างและเสริมกำแพงกันคลื่นหรือกำแพงท่าเรือ (harbor wall) ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งและผลกระทบจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (ที่มา : https://en.thepress.mv/16340)

สรุป การกัดเซาะชายฝั่งเป็นปัญหาสากลที่มีผลกระทบทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและประชากร การกัดเซาะชายฝั่งที่สำคัญทั้ง 10 กรณีข้างต้น แสดงให้เห็นถึงสาเหตุที่หลากหลาย ผลกระทบที่แตกต่างกัน และความท้าทายที่เกิดขึ้นจากการกัดเซาะนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และกิจกรรมของมนุษย์กำลังกดดันกระบวนการกัดเซาะ ทำให้ต้องมีการจัดการชายฝั่งอย่างยั่งยืน ฟื้นฟูระบบนิเวศน์ชายฝั่ง และความร่วมมือระหว่างประเทศในการบรรเทาผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่ง

. . .
บทความล่าสุด : www.mitrearth.org
เยี่ยมชม facebook : มิตรเอิร์ธ – mitrearth

Share: