Explore

ทะเลสาบเท้าม้วน : กับตำนาน ศักรินทร์ดาวร้าย แห่งมะริกัน

ทะเลสาบเท้าม้วน (Reelfoot Lake) เป็นทะเลสาบขนาดพอประมาณแห่งหนึ่งที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐเทนเนสซี ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทะเลสาบมีพื้นที่ประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร (15,000 เอเคอร์) ซึ่งถึงแม้ว่าทะเลสาบเท้าม้วนจะไม่ใช่ทะเลสาบที่โด่งดังคุ้นหูคนไทยมากนัก แต่สำหรับคนอเมริกันท้องถิ่นในแถบแม่น้ำมิสซิสซิปปี รู้จักทะเลสาบเท้าม้วนนี้กันเป็นอย่างดี ทั้งนี้ก็เพราะเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญในแถบตอนกลางของประเทศสหรัฐอเมริกา และด้วยความที่มีระบบนิเวศไม่ค่อยเหมือนใครในแถบนั้น คนส่วนใหญ่ที่ไปที่นั่นจึงมักจะไปเปิดหูเปิดตาอยู่ไม่ขาดสาย เพื่อตั้งแคมป์ปิ้ง ชมธรรมชาติ ดูนกหายาก รวมทั้งการพายเรือเล่นและตกปลา ซึ่งอันนั้นก็เป็นเรื่องของภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของทะเลสาบเท้าม้วน อย่างไรก็ตามหากพูดถึงประวัติความเป็นมาหรือกระบวนการเกิดทะเลสาบเท้าม้วน ในมุมมองของนักธรณีวิทยาหรือนักแผ่นดินไหวถือได้ว่าทะเลสาบแห่งนี้เป็นพื้นที่ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีประเด็นอะไรมากมายเกี่ยวกับธรณีวิทยาและแผ่นดินไหวให้ได้คบคิดกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเล่า ตำนาน หรือนิทานปรัมปรา ที่อยู่คู่กับทะเลสาบแห่งนี้มาเนิ่นนาน

(ซ้าย) ภาพถ่ายดาวเทียม (ขวา) สภาพพื้นที่จริง ของทะเลสาบเท้าม้วน

ปรัมปรา

เมื่อพูดถึงทะเลสาบเท้าม้วน คนอเมริกันที่อาศัยอยู่แถบแม่น้ำมิสซิสซิปปีเล่ากันว่าในอดีต แถบแม่น้ำมิสซิสซิปปีเคยมีอินเดียนแดงจำนวนมากอาศัยอยู่ โดยเผ่าหลักๆ ที่ครอบครองพื้นที่ในแถบนี้คือ อินเดียแดงเผ่าชิคาซอว์ (Chickasaw) และมีการสืบต่อการปกครองของหัวหน้าเผ่าจากรุ่นสู่รุ่นมาตลอด ซึ่งก็มีหัวหน้าเผ่าชิคาซอว์อยู่รุ่นหนึ่งที่เป็นที่กล่าวขานกันไปทั่วว่ามีรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาเอาการ เกรดเทพบุตร แต่ก็น่าเสียดาย ที่โอปป้าหัวหน้าเผ่าคนนั้นกลับมีเท้าที่ผิดรูปบิดเป็นเกลียวคล้ายกับหลอด จนถูกล้อเลียนไปทั่วแถบแม่น้ำมิสซิสซิปปีว่า ท่านเท้าม้วน หรือ ท่านเท้าหลอด (Reelfoot) ซึ่งมันก็คงไม่ได้เป็นประเด็นอะไรมากมายในการปกครองน้องๆ ในเผ่า เพราะท่านก็ไม่ได้ใส่ใจคำนินทาแต่ไหนแต่ไรมา จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง ท่านท้าวหลอดได้มีโอกาสไปพบและตกหลุมหลงรักเจ้าหญิงรูปงามจากเผ่าเพื่อนบ้านอย่าง เผ่าชอคเทาว์ (Choctaw) ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของชนพื้นเมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศสหรัฐอเมริกา

อินเดียแดงเผ่าชิคาซอว์ (ซ้าย) ที่อาศัยอยู่แถบแม่น้ำมิสซิสซิปปี (ขวา) (ที่มา : www.sonofthesouth.net)

อันที่จริงเจ้าหญิงเผ่าชอคเทาว์ก็หลงรักท่านเท้าหลอดอยู่ไม่หยอก เพราะได้ยินมาว่าคบกันอยู่พักใหญ่จนกระทั่งอยากจะลงเอยกันถึงขั้นแต่งงาน แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันก็ไปติดตรงที่ พ่อของเจ้าหญิงชอคเทาว์นั้นรังเกียจในความพิกลพิการของท่านเท้าหลอดอยู่ไม่น้อย และและก็ออกหน้าออกตาชัดเจนว่าไม่ประสงค์ที่จะให้ลูกสาวของตนแต่งงานด้วย ปัญหานี้ก็คาราคาซังกินเวลามานานพอประมาณ จนสุดท้ายหัวหน้าเผ่าชิคาซอว์หรือท่านเท้าหลอดทนไม่ได้รอไม่ไหว จึงตัดสินใจสวมวิญญาณศักรินทร์ดาวร้าย บุกไปที่เผ่าชอคเทาว์ แล้วฉุดเจ้าหญิงไปปลุกปล้ำทำเมีย

เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้พ่อของเจ้าหญิงโกรธจัดเลือดขึ้นหน้า ว่ากันว่าพอรู้ข่าวว่าลูกสาวโดนฉุด ท่าน (พ่อ) ก็กระทืบเท้าอย่างแรง แรงมาก แรงมากสุดๆ สุดถึงขนาดที่ว่าแรงกระทืบนั้นทำให้เกิดแผ่นดินไหว สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสองฝั่งของแม่น้ำมิสซิสซิปปี แรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวทำให้น้ำในแม่น้ำมิสซิสซิปปีเอ่อล้นตลิ่ง เหมือนกับสึนามิไหลหลากไปท่วมงานแต่งงานจนยับเยินป่นปี้ไปหมด นอกจากนี้แรงจากการกระทืบเท้าของท่านพ่อ (ตา) ยังทำให้พื้นดินยุบและทรุดตัวกลายเป็นหนองน้ำ ริมฝั่งเทนเนสซีของแม่น้ำมิสซิสซิปปีมาจนถึงปัจจุบัน และคนอเมริกันรุ่นหลังก็เรียกหนองหรือทะเลสาบนี้ว่า ทะเลสาบเท้าม้วน (Reelfoot Lake)

ธรณีวิทยาแผ่นดินไหว

จากนิทานปรัมปราที่เล่าสืบต่อกันมาในหมู่ชาวอินเดียนแดง ถึงอิทธิฤทธิ์ของพ่อตาที่สำแดงต่อลูกเขยศักรินทร์ดาวร้าย ฟังแล้วก็อาจจะดูเวอร์วัง ซารังเฮ เท่ไปหน่อย แต่เชื่อไหมครับว่าก็เพราะเรื่องเล่าที่ได้ยินเข้าหูเรื่องนี้ เลยทำให้นักธรณีวิทยาและนักแผ่นดินไหวสนใจใคร่รู้ สืบสาวราวเรื่องกันต่อ แล้วก็พบความจริงที่ว่า ข้อมูลบันทึกเหตุการณ์แผ่นดินไหวในอดีตพื้นที่แถวๆ แม่น้ำมิสซิสซิปปี แถบๆ รัฐเทนเนสซี เคยเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวน้อยใหญ่อยู่หลายต่อหลายครั้ง ซึ่งก็เป็นที่น่าฉงนอยู่พอสมควร เพราะถ้ามองในเชิงตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ล้วนๆ บริเวณตรงนี้ถือได้ว่าอยู่ตรงกลางภายในแผ่น ซึ่งไม่ใช่ขอบของแผ่นเปลือกโลกอเมริกาเหนือที่มีโอกาสไปบดขยี้กับแผ่นข้างเคียงจนทำให้เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ๆ ได้ ในเวลาต่อมา นักธรณีวิทยากจึงเข้าไปสำรวจพื้นที่ดังกล่าวโดยละเอียด ทั้งสภาพภูมิประเทศหรือภูมิลักษณ์บนพื้นผิว และการใช้เครื่องมือทางธรณีฟิสิกส์เข้าไปสำรวจโครงสร้างของแผ่นเปลือกโลกใต้พื้นดิน และสิ่งที่นักธรณีวิทยาพบเข้าให้ก็คือ เปลือกโลกใต้พื้นที่บริเวณนั้นกำลังมีแมกมาลอยกระทุ้งและแทรกตัวอยู่ข้างล่างแผ่นอเมริกาเหนือ (ทวีปอเมริกาเหนือ) เพียงแต่ว่ายังไม่ทะลุขึ้นมาให้เห็นเป็นภูเขาไฟก็เท่านั้น

ผลจากการที่แมกมากำลังกระทุ้งเปลือกโลกในบริเวณดังกล่าว ทำให้พื้นที่ในแถบรัฐอาร์แคนซอส์ เทนเนสซี มิสซูรี เกิดเป็นแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า โซนแผ่นดินไหวนิวมาดริด (New Madrid Seismic Zone) รวมทั้ง โซนแผ่นดินไหวหุบเขาวาบาช (Wabash Valley Seismic Zone) ที่อยู่ขึ้นไปทางตอนเหนือแถบรัฐเคนตักกีและอินเดียนา

(ซ้าย) แผนที่แสดงสถิติการเกิดแผ่นดินไหวในโซนแผ่นดินไหวนิวมาดริด และโซนแผ่นดินไหวหุบเขาวาบาช (ขวาบน) แบบจำลองภาพตัดขวางทางธรณีแปรสัณฐานแสดงรูปร่างและการมีอยู่ของแมกมาและการแยกตัวของแผ่นเปลือกโลกกลางอเมริกาเหนือ (ขวาล่าง) ภาพจำลองทวีปอเมริกาเหนือในอนาคตซึ่งจะมีการแยกตัวออกจากกันเป็น 2 ฝั่ง

โดยปัจจุบันแผ่นอเมริกาเหนือเกิดการแตกและกำลังเริ่มมีการแยกตัวออกจากกัน ซึ่งถ้ากระบวนการนี้ยังไม่หยุด (และตามหลักการก็คงไม่หยุด) ในอนาคตข้างหน้า ขอเวลาให้พี่เขาหน่อย อเมริกาเหนือจะแตกออกเป็น 3 แฉกและเดินทางแยกออกจากกันไปในอนาคตนอกจากนี้ จากการสํารวจทางธรณีวิทยาแผ่นดินไหวในรายละเอียดในบริเวณทะเลสาบเท้าม้วน ประกอบกับผลการกำหนดอายุตัวอย่างที่สัมพันธ์กับการเคลื่อนตัวของรอยแตกในบริเวณนั้น นักธรณีวิทยาสรุปว่าในอดีตเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2354-2355 (ค.ศ. 1811-1812) เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ซึ่งก็มีนักธรณีวิทยาหลายคนเชื่อว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนั้นน่าจะเป็นแผ่นดินไหวใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา และผลจากแผ่นดินไหวและการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนในครั้งนั้นจึงทำให้พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำมิสซิสซิปปีเกิดการทรุดตัวและยุบตัวกลายเป็นหนองน้ำ หรือ ทะเลสาบเท้าม้วน ดังนั้นเรื่องเล่าของศักรินทร์ดาวร้ายแห่งเมืองมะริกัน จึงไม่น่าจะใช่แค่เรื่องเล่าไร้ราคา หรือนิทานปรัมปราที่ไร้เหตุไร้มูล แต่กลับอัพเกรดเป็นถึง คติชาวบ้าน (folklore) ที่แต่งเติมมาจากประสบการณ์จริงของบรรพบุรุษที่เคยประสบพบเจอมาในอดีต

Share: