สำรวจ

หมุดหมายการเดินทาง คนโบราณ (Ancient Viewshed)

หลายคนจะคิดว่าเวลาเดินทางคนโบราณมักจะอิงแอบกับการดูดวงดาวซึ่งผมก็ไม่เถียงแต่แน่ใจว่าคุณชอบเดินเวลากลางคืนและกลางวันแสงอาทิตย์สองจ้าคนจะเช่าใช้อะไรมาเป็นหมุดหมายในการเดินทาง

บ้านมีไฟ ปราสาทพนมรุ้ง

องค์พระปฐมเจดี

เขาคลังนอก เมืองศรีเทพ

เขาช่องกระจก ชุมพร

ทัศนวิสัยในการเดินทาง

นอกจากนี้เพื่อที่จะดูความเป็นไปได้ในการเดินเป็นเส้นตรงหรือเดินลัดเลาะ ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ ทัศนวิสัย (viewshed) หรือความสามารถในการการมองเห็น จากจุดเริ่มเดินของบ้านมีไฟในแต่ละวัน ไปสู่บ้านมีไฟหลังต่อไป ว่าสามารถมองเห็นถึงกันหรือไม่ มากน้อยเพียงใด ผลการวิเคราะห์บ่งชี้ว่าเกือบทั้งหมด เมื่อเริ่มออกสตาร์ทในตอนเช้า จากบ้านมีไฟตั้งต้น จะไม่สามารถมองเห็นบ้านมีไฟหลังต่อไปได้เลย มีแค่บางช่วงปลายๆ ตอนใกล้จะถึงเท่านั้น ที่สามารถมองเห็นบ้านมีไฟได้ นั่นหมายความว่าชาวอังกอร์บ้านๆ คงไม่มุ่งมั่นวางแนวในการเดินตรงไปสู่บ้านมีไฟหลังต่อไปได้อย่างชัดเจน แต่น่าจะเป็นการเดินลัดเลาะไปตามภูมิประเทศที่เอื้อ เดินง่ายอย่างเส้นสีเหลืองเสียมากกว่า โดยมีบ้านมีไฟหลังต่อไปทำหน้าที่เป็นเป้าหมายหลักยามเย็น ว่าจะต้องควานหาให้เห็นหรือไปให้ถึงก่อนจะโพล้เพล้ พลบค่ำ และหากแปลความตามผลการวิเคราะห์เรื่องทัศนวิสัยที่ได้เป็นหลัก น่าจะสรุปได้ว่า บ้านมีไฟไม่ใช่แลนด์มาร์คที่ให้คนเดินทางคอยส่องแนวไปเรื่อยๆ แต่คงจะเป็นจุดหมายปลายทางที่จะบอกเป็นนัยว่า หากตกเย็นเขายังพบบ้านมีไฟหลังต่อไปได้ แสดงว่าพวกเขายังอยู่ในเส้นทางสู่พิาย และก็กะประมาณได้ว่า ยังเหลือระยะทางอีกเท่าไหร่ กว่าจะถึงจุดหมาย

ผลการวิเคราะห์ ทัศนวิสัย (viewshed) หรือ พื้นที่ที่สามารถมองเห็นบ้านมีไหในแต่ละแห่ง

เขาพนมรุ้ง แลนด์มาร์คอันอุ่นใจ

นอกจากนี้ จากการสรุปรวมวิสัยทัศน์ของบ้านมีไฟทั้ง 9 แห่งตลอดเส้นทางจากปราสาทตาเหมือนสู่ปราสาทพิมาย (รูป ก) จะพบว่าตลอดเส้นทางสามารถมองเห็นพื้นที่โดยรอบได้เพียงพอประมาณเท่านั้น แต่ดูจะหาหลักจับทางภูมิประเทศแทบไม่ได้เลย เพราะตลอดเส้นทางที่สามารถมองเห็น นั้นเป็นเหมือนทิวเนินเตี้ยๆ เท่านั้น ยกเว้นตัวละครเดียว คือ เขาพนมรุ้ง

ผลการวิเคราะห์มัศนวิสัย (viewshed) แสดง (ก) สรุปรวมพื้นที่ ที่คนเดินทางสามารถมองเห็นได้ตลอดเส้นทาง (ข) พื้นที่ที่สามารถมองเห็นเขาพนมรุ้ง

จากการวิเคราะห์ทัศนวิสัยจากยอดเขาพนมรุ้งเพื่อประเมินว่าสามารถมองเห็นไปได้กว้างไกลแค่ไหน (รูป ข) พบว่าหากฟ้าเปิด คนเดินทางจะสามารถมองเห็นเขาพนมรุ้งได้เกือบตลอดเส้นทาง ยกเว้นช่วงปลายการเดินทาง ซึ่งก็ใกล้เกือบจะถึงพิมายเต็มที ดังนั้นหากจะหาที่พึ่งหรือหลักจับทางภูมิประเทศสักที่ ในการเดินตามทางนี้ เชื่อว่าชาวอังกอร์ ก็น่าจะใช้เขาพนมรุ้งเป็นสรณะ หรือที่พึ่ง

จะเกี่ยวกันหรือไม่ไม่ทราบ แต่ความน่าจะพึ่งพาได้ของเขาพนมรุ้ง สอดคล้องกับสมญาของภูเขาไฟลูกนี้ ที่คนโบราณเคยให้เอาไว้ ซึ่งครั้งหนึ่ง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงศึกษาวิจัย และถอดความนาม พนมรุ้ง ว่าพัฒนามาจากคำว่า วนัมรุง ซึ่งคำว่า วนัม เป็นภาษาเขมร คือ พนม แปลว่าภูเขา ส่วนคำว่า รุง ในภาษาเขมรแปลว่า กว้างใหญ่ ดังนั้นคำว่า วนัมรุง ในอดีต หรือ พนมรุ้ง ปัจจุบัน จึงมีความหมายว่า ภูเขาอันยิ่งใหญ่ ซึ่งก็สมแล้วที่ผลการวิเคราะห์ทัศนวิสัย บอกเป็นนัยว่า เขาลูกนี้พึ่งได้ และก็คงอบอุ่นใจในการเดินทาง หากยังคงมองเห็น

Share: