วิจัยสำรวจ

เส้นทางขนหิน ไปสร้างปราสาทหิน พิมายและพนมวัน โคราช

ปราสาทหินพิมาย อ. พิมาย และปราสาทหินพนมวัน อ. เมือง จ. นครราชสีมา

(ก) ปราสาทหินพิมาย (ข) ปราสาทหินพนมวัน (ค) แหล่งตัดหินบ้านมอจะบก (ง) แหล่งตัดหินบ้านส้มกบงาม

ภูมิศาสตร์ โคราช

ลำเชียงไกร ลำตะคอง ลำมูล ลำจักรราช

1 แหล่งตัดหินมอจะบก (ติดถนนมิตรภาพ) 2 แหล่งตัดหินด้านหน้าเเละด้านในวัดป่าเขาหินตัด 3 แหล่งตัดหินวัดโบสถ์ริมบึง และ อ. ปักธงชัย ประกอบด้วย 1 แหล่งตัดหินใกล้โบราณสถานกู่เกษ

แผนที่ภูมิประเทศจังหวัดนครราชสีมาและพื้นที่ใกล้เคียง แสดงการกระจายตัวของปราสาทขอมที่สร้างขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ 15-18 จำนวน 9 แห่ง (สามเหลี่ยมขาว) ได้แก่ 1) ปราสาทหินพิมาย 2) ปราสาทหินพนมวัน 3) xxxxxxxxxxxxxx สี่เหลี่ยมดำ คือ ตำแหน่งแหล่งตัดหินโบราณ ที่มีการสำรวจพบในปัจจุบัน ได้แก่ แหล่งตัดหินมอจบก แหล่งตัดหิน xxxx ส่วน วงกลมขาว คือ ตำแหน่งปราสาทขนาดเล็กและโอสถศาลา ที่มีการรายงานไว้

ธรณีวิทยาคราช

หินทราย (sand stone) เกิดจากตะกอนขนาดทราย โดยส่วนใหญ่มีองค์ประกอบเป็นแร่ควอตซ์ แร่เฟลด์สปาร์และ เศษชิ้นหิน (rock fragment) โดยแหล่งที่มาของตะกอนขนาดทรายสามารถเกิดได้จากหลายสภาพแวดล้อม เช่น ทรายตามชายหาดโดยส่วนใหญ่มีเศษเปลือกหอยรวมอยู่ด้วย ทรายจากทะเลทรายจะมีการคัดขนาดที่ดี และโดยส่วนใหญ่มีสีแดงที่เกิดจากกระบวนการออกซิเดชัน เป็นต้น

หินทรายหลากสี อันเนื่องมาจากสภาพแวดล้อมตอนที่ทรายสะสมตัวแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นชายทะเล ทะเลทราย แม่น้โค้งตวัด ล้วนให้ทรายที่มีขนาดและองค์ประกอบโดยรวมแตกต่างกัน

เป็นที่ทราบกันดีว่า หินที่กระจายตัวอยู่ในภาคอีสานของไทย แทบทั้งหมดเป็น หินทราย (sandstone) ที่เกิดจากการสะสมตัวของตะกอนทานน้ำในอดีต ในช่วงมหายุคมีโซโซอิก (Mesozoic Era) ตามมาตราเวลาทางธรณีวิทยา ซึ่งด้วยสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา หินทรายในแต่ละชั้นของอีสานจึงมีความแตกต่างกันบ้างในรายละเอียด เช่น การคัดขนาดของเม็ดตะกอน สี หรือแม้กระทั่งองค์ประกอบแร่ ซึ่งจากความแตกต่างดังกล่าวนักธรณีวิทยาได้จัดจำแนกหินทรายในภาคอีสาน หรือที่เรียกว่า กลุ่มหินโคราช (Korat Group) ออกเป็นหมวดหิน (Formation) ต่างๆ ดังนี้ 1) หมวดหินห้วยหินลาด 2) หมวดหินน้ำพอง 3) หมวดหินภูกระดึง 4) หมวดหินพระวิหาร 5) หมวดหินเสาขัว 6) หมวดหินภูพาน 7) หมวดหินโคกกรวด 8) หมวดหินมหาสารคาม 9) หมวดหินภูทอก

94385123_131937615104296_182511246514323
แผนที่แสดงการกระจายตัวของหินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย (กรมทรัพยากรธรณี 2542; www.khoratcuesta.net)

ซึ่งปราสาทส่วนใหญ่ในประเทศไทย นิยมใช้หินจากหมวดหินเสาขัว และหมวดหินภูพาน ซึ่งมีจำนวนมากทางอีสานใต้ ตลอดแนวเทือกเขาพนมดงรัก รวมไปถึงทิวเขาดงพญาเย็น ที่แบ่งระหว่างภาคอีสานและภาคกลางของประเทศไทย ส่วนในปราสาทต่างๆในประเทศกัมพูชา มักจะใช้หินในหมวดหินภูกระดึง หมวดหินพระวิหาร และหมวดหินเสาขัว ซึ่งมีมากมายบนเทือกเขาพนมกูเลนทางทิศตะวันออกของปราสาทนครวัดนครธม

แผนที่แสดงการกระจายตัวของหินในพื้นที่อุทยานธรณีโคราช (www.khoratcuesta.net)

ที่มาคำแนะนำ : รองศาสตราจารย์ ดร.สฤษดิ์พงศ์ ขุนทรง

  • เมืองเสมา (ปราสาทเขมรสมัย พศว. 16)
  • ปราสาทโนนกู่ (พศว.15)
  • ปราสาทเมืองแขก (พศว. 15)
  • วัดปรางค์ทอง (พศว. 15)
  • เห็นการใช้งานหลายระยะของแหล่งตัดหิน ตั้งแต่ พศว. 15-18 (พนมวันมีหลายระยะ ตั้งแต่ 15-17 ส่วนพิมาย 16-18) ครับ

วิเคราะห์เส้นทางคุ้มทุน

ผลการวิเคราะห์เส้นทางคุ้มทุนในการขนย้ายหินจากจุดที่คาดว่าสามารถเป็นแรงผักหินในพื้นที่ต่างๆโดยรอบ

ขมวดภาพการขนหินในวันนั้น

  • รูป google earth น้ำคดเค้ยง ไม่เหมาะขนหินล่องแพ
  • 1 ลำคลองก็เล็ก ขนาดความกว้างแค่ 10-20 เมตร 2) คลองไส้ไก่โค้งดุเกิ๊น แพอาจจะหมุนติ้วๆๆๆๆๆ ได้ ไม่เหมาะๆ ไม่ดีๆ
  • เอาเกวียนเลาะล่องน้ำ ช้างม้า- วัวควาย ได้กินน้ำก็ยังดี ที่ราบด้วย เดินง่ายอยู่นะ
  • ลบภาพถ่อแพเอาหินขึ้นแพแล้วถ่อเถอะ
  • ดีไม่ดีอาจจะเลาะขอบที่สูงด้วย เพราะเวลาน้ำหลาก แถวนี้น่าจะแฉะพอดู ลองดูเส้นที่ติดขอบเขา หรือขอบ floodplain ดีกว่า
  • แต่ผลนี้ก็ได้ guildeline แหละ ว่าจะไปทางไหนได้มั่ง หรือทางไหนดี
ลักษณะการโค้งตวัดของคลองไส้ไก่ที่พบเห็นได้ ทุกๆ ตลอดลำคลอง ในจังหวัดนครราชสีมา
Share: