สำรวจ

ล่อง (รอยเลื่อน) แม่ปิง

ปัจจุบัน (พ.ศ. 2564) รอยเลื่อนแผ่นดินไหว ที่กรมทรัพยากรธรณีวิทยาได้ประกาศเอาไว้ว่าเป็น รอยเลื่อนมีพลัง (active fault) ก็จะมีอยู่ประมาณ 14-15 รอยเลื่อน ครอบคลุมพื้นที่ทางภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ของประเทศไทย เช่น รอยเลื่อนแม่ทา จังหวัดเชียงใหม่ รอยเลื่อนแม่จัน จังหวัดเชียงราย รอยเลื่อนด่านเจดีย์สามองค์และรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ ในแถบภาคตะวันตก ตลอดจนรอยเลื่อนระนอง-คลองมะรุ่ย ในภาคใต้ของประเทศไทย

บางรอยเลื่อนก็เพิ่งมีการนำเสนอขึ้นมาใหม่ ในขณะที่บางรอยเลื่อนชื่อก็คุ้นหูมานานแล้ว อย่างไรก็ตามในบรรดารอยเลื่อนต่างๆ ที่มีการหยิบยกนำเสนอและเรียกชื่อขึ้นมา แทบทั้งหมดก็ยังยืนยงดำรงอยู่ในทำเนียบรอยเลื่อน แต่รู้หรือไม่ว่านอกจาก 14-15 รอยเลื่อน มีรอยเลื่อนเจ้าเก่าเจ้าแก่ที่เคยมีการพูดเอาไว้ ว่าเป็นรอยเลื่อนขนาดใหญ่ ที่น่าจับตาสนใจ เพียงแต่ในปัจจุบันได้ถูกแบ่งย่อย และชื่อดั้งเดิมของรอยเลื่อนนั้น ก็กำลังจะค่อยๆ เลือนหายไป จากหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ในปัจจุบัน เคยได้ยินกันบ้างไหม … รอยเลื่อนแม่ปิง (Mae Ping Fault)

รอยเลื่อนแม่ปิง ถือเป็นรอยเลื่อนขนาดใหญ่เจ้าแรกๆ ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดในวงวิชาการทางธรณีวิทยา เพื่อช่วยแบ่งหรืออธิบายการอยู่ชิดกันของหินคนละชนิด หรือการอยู่เหลื่อมกันของหินที่น่าจะเกิดที่เดียวกัน (geological fault) เดิมๆ เลยเรียกว่า รอยวังเจ้า (Wang Chao Fault; Bunopas, 1985) ซึ่งเป็นชื่ออำเภอหนึ่งของจังหวัดตาก แต่ต่อมาเปลี่ยนชื่อตาม แม่น้ำปิง ซึ่งเป็นตัวละครทางภูมิศาสตร์ที่เป็นที่รู้จักให้มากขึ้น

(ที่มา : Morley และคณะ, 2013)

ว่ากันว่า รอยเลื่อนแม่ปิงนั้นเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยปลายยุคไทรแอสซิก (Triassic) ที่จุลทวีปเดิมฉานไทยและอินโดไชน่าเข้ามาชนกัน และมีการขยับเยื้อนเลื่อนตัวกันมาตลอด ตามแรงเค้นทางธรณีแปรสัณฐานที่ได้รับมาในแต่ละยุคแต่ละสมัย จวบจนกระทั่งในปัจจุบัย ธรณีแปรสัณฐานยุคใหม่ (neotectonic) ของกิจกรรมทางธรณีแปรสัณฐานบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น เกิดจากการชนกันของแผ่นเปลือกโลกอินเดีย-ออสเตรเลีย และยูเรเซีย ซึ่งนอกจากขอบของการชนกันอย่างเขตมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกสุมาตรา-อันดามัน ผลจากการชนกันของยักษ์ใหญ่สองตัวถึงส่งแรงเค้นเข้ามาภายในแผ่นยูเรเซีย ซึ่งประเทศไทยก็อยู่ในนั้น ทำให้รอยแตกหรือรอยเลื่อนต่างๆ รวมทั้ง รอยเลื่อนแม่ปิง เกิดการขยับเขยื่อน เลื่อนตัวสร้างภูมิประเทศต่างๆ

วังเจ้า คือ อำเภอหนึ่งในจังหวัด ตาก

ถ้าจะพูดถึงความยาวใหญ่ของรอยเลื่อนแม่ปิงที่นักวิชาการในอดีตเคยรักเอาไว้เห็นแล้วก็น่าตกใจเพราะถือว่าเป็นรอยเลื่อนที่มีความยาวใหญ่มากลาตั้งแต่ตะวันออกของพม่าไปจวบจรดจนถึงทะเลสาปสงขลาว่ากันถึงขนาดนั้น ซึ่งความยาวขนาดนี้ถือว่ามีศักดิ์ศรีความใหญ่ พอๆ กับ รอยเลื่อนสะกาย (Sagaing Fault) ที่ผ่าพาดกลางประเทศพม่าและ รอยเลื่อนแม่น้ำแดง (Red River Fault) ในประเทศเวียดนามที่ลากยาวเข้ามาสู่ลาวตอนเหนือมาจนถึงอุตรดิตถ์ของประเทศไทย ถึงแม้ว่าอร่อยเลื่อนแม่ปิงในปัจจุบันจะไม่ค่อยเกิดแผ่นดินไหวหรือพูดถึงในแง่พิบัติภัยมากนักแต่ได้ความยาวที่มี บวกกับทฤษฎีที่ว่าลอยเลื่อนยิ่งยาวมากยิ่งสามารถเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ได้ลอยเลื่อนแม่ปิงจึงเป็นที่น่าสนใจจับตามองอย่างน้อยน้อยก็ของผู้เขียนทั้งนี้ก็เพราะไม่รู้ว่าเหรียญจะออกหน้าไหลระหว่างเป็นแค่รอยเลื่อนแก่ๆ ที่ไม่มีพิษสงหรือเป็นรอยเลื่อนที่รอเวลาองค์ลงเราจะจัดอีเวนท์ใหญ่ให้กับประเทศไทย

ว่ากันจริงๆถึงตอนนี้ลอยเลื่อนแม่ปิงก็ยังไม่เคยประทับรอยเลื่อนแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ให้กับไทยจะเห็นก็มีแผ่นดินไหวขนาด 5.9 กล่องส่งอารีประจวบที่เคยบอกไว้ว่าเกิดที่จังหวัดตาก แต่จากการมีอยู่ของภูมิประเทศวงชี้รอยเลื่อนทำให้รอยเรื่องนี้ไม่ควรมองข้ามถามว่ารอยเลื่อนแม่ปิงนี้เชื่อได้หรือไม่มีอยู่จริงไหมผู้เขียนจึงอยากหาผู้อ่านค่อยค่อยลองไปตามรอยเลื่อนแม่ปิง

เพลงนี้ต้องมาแล้ว 1 : ล่องแม่ปิง

คำร้อง/ทำนอง/เรียบเรียง : จรัล มโนเพ็ชร

1) ร่องเขาคมกริบ จากตองยี-แม่น้ำเมย

หลักฐานชิ้นแรก ที่บ่งชี้จุดกำเนิดเนื้อสุดของรอยเลื่อนแม่ปิงก็คือแนวร่องเขา (valley) คมกริบที่พาดผ่านหินชนิดต่างๆเริ่มตั้งแต่เมืองตองยีทางตะวันออกของประเทศพม่าพ่อจะเอาตังฉากลงมาทางตอนใต้แล้วเบ้ขวาเข้าสู่ดินแดนประเทศไทยในพื้นที่อำเภอสบเมยจังหวัดตาก ซึ่งตลอดระยะทางกว่า 200 กิโลเมตรพบผู้มีรักบ่งชี้ลอยเลื่อนอยู่ตลอดแนวและนอกจากนี้ตามบันทึกเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เคยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2580 เกิดเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.9 ยืนยันว่าลอยเลื่อนแม่ปิงมีอยู่จริง และยังเป็นรอยเลื่อนมีพลัง

ผลจากการศึกษาแผ่นดินไหวบรรพกาลบริเวณบ้านสบเมยจังหวัดตากพบหลักฐานการเลื่อนตัวของชั้นตะกอนอันเนื่องมาจากแผ่นดินไหวในอดีตกาลส่งฟรีชาสายทองและสรุปความว่าลอยเลื่อนแม่ปิงหรือที่เรียกไงอ่านวิจัยชิ้นนั้นว่ารอยเลื่อนเมืองอุทัยธานีเป็นรอยเลื่อนมีพลังได้แหละ

อีกหนึ่งหลักฐานบ่งชี้การมีอยู่ของรอยเลื่อนแม่ปิงก่อนที่จะเข้าสู่ดินแดนที่ราบสูงกลุ่มภาคกลางตอนบนก็คือการพบอินทร์แปลเกรดสูงที่เกิดจากการบดขยี้ของรอยเลื่อนอย่างหินไนส์ ที่อุทยานแห่งชาติ ลานสาง จังหวัดตาก งานวิจัยทางธรณีวิทยาให้หลายชิ้นก็บ่งบอกว่ารายการแม่ปิงเคยเลื่อนตัวมานานมากแล้ว

แผนที่ชายแดนภาคตะวันตกของประเทศไทย-พม่าแสดง (ก) กลุ่มรอยเลื่อนตามแนวราบ (strike-slip fault) ซึ่งนำเสนอโดย Nutalaya และคณะ (1985) และ Pailoplee และคณะ (2009a) สี่เหลี่ยมสีดำ คือ เขื่อนและโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึก (ข) แผ่นดินไหวที่ตรวจวัดได้จากเครื่องมือตรวจวัดแผ่นดินไหวในช่วงปี ค.ศ. 1983-2009 (วงกลมสีน้ำเงิน) ดาวสีแดง คือ เหตุการณ์แผ่นดินไหวสำคัญที่เคยสร้างภัยพิบัติในพื้นที่ (Pailoplee, 2014a)
หมายเหตุ: (1) โครงการก่อสร้างเขื่อนฮัทจี (2) เขื่อนภูมิพล (3) เขื่อนทับเสลา (4) เขื่อนวชิราลงกรณ (5) เขื่อนกระเสียว (6) เขื่อนศรีนครินทร์ (7) เขื่อนท่าทุ่งนา (8) เขื่อนแม่กลอง และ (9) โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึก

เพิ่มเติม : กลุ่มรอยเลื่อนในภาคตะวันตกของไทย : แผ่นดินไหวในอดีตและนิสัยที่คาดเผื่อไว้ในอนาคต

รอยเลื่อนเมย-อุทัยธานี คือ ชื่อเรียกที่ Saithong (2006) ได้น้ำเสนอไว้ ซึ่งต่อมา Pailoplee และคณะ (2009) ตรวจสอบว่า รอยเลื่อนเมย-อุทัยธานี ต่อเนื่องและเป็นรอยเลื่อนเดียวกันกับ รอยเลื่อนตองยี (Tongyyi) ในประเทศพม่าซึ่งนำเสนอไว้โดย Nutalaya และคณะ (1985) ด้วยเหตุนี้ Pailoplee และคณะ (2009) จึงเรียกรวม 2 รอยเลื่อนนี้ในการทำวิจัยว่า รอยเลื่อนเมย-ตองยี (Moei-Tongyyi)

แต่ทั้งหมดก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งทางภาคตะวันตกของ รอยเลื่อนแม่ปิง

2) แนวการไหลของแม่น้ำปิง

จะว่าไปงานวิจัยส่วนใหญ่โดยเฉพาะงานวิจัยที่เกี่ยวกับการศึกษาภัยพิบัติแผ่นดินไหวในปัจจุบันก็แทบจะไม่มีใครกล้าลากแนวรอยเลื่อนเมย-ตองยี ต่อเข้าไปในที่ราบลุ่มภาคกลางตอนบน ด้วยเหตุผลที่คำนึงถึงความตระหนกของสังคมและหลักฐานที่ไม่ได้จั๋งหนับและสื่อสารกันยากระหว่างชุมชนและนักวิชาการ ทั้งทั้งที่รู้ถึงการมีอยู่ของรอยเลื่อนแม่ปิงว่ายังไปได้ต่อไม่ได้พอซ้ำนี้

ถึงแม้ว่าตั้งแต่จังหวัดกำแพงเพชรลงไปสู่ที่ราบตอนบนของภาคกลาง เราจะไม่สามารถเห็นแนวเทือกเขาที่แสดงพูมิรักบ่งชี้รอยเลื่อนได้อย่างชัดเจน แต่ถ้าลองสังเกตุดูดีดีก็จะพบว่าทิศทางการไหลของแม่น้ำปิงในช่วงจังหวัดตากถึงนครสวรรค์จะพบว่าลำน้ำปิงค่อนข้างจะเป็นเส้นตรงและวางตัวสอทของรอบขนานกับรอยเลื่อนเมยอุทัยธานีที่อยู่ทางตอนตะวันตกเฉียงเหนือรวมทั้งเนินตะกอนรูปพัดกำแพงเพชรก็ถูกตัดขาดให้ด้วย

3) บึงบอระเพ็ด

อีกหนึ่งหลักฐานที่พอจะนำมารวมประกอบการสร้างแนวการวางตัวของรอยเลื่อนแม่ปิงตายเองแต่ก่อนหักกลางคือรูปทรงและรูปร่างของมึงบอระเพ็ดถ้าสังเกตุให้ดีจะพบว่าบึงวรเพชรทางตอนใต้มีการวางตัวในแนวตะวันตกเฉียงเหนือตะวันออกเฉียงใต้และสามารถยิงแนวไปตรงกับแนวแม่น้ำปิงเส้นตรงและรอยร่วมมืออุทัยธานี และจากภูมิประเทศใต้น้ำของบึงบรเพชร ที่ทางตอนเหนือที่ตื้นค่อยๆ ลาดมาลงใต้ มีขอบด้านใต้สุดที่บึกและคมดิ่ง ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่าแนวเส้นตรงของบึงบอระเพ็ดดทางตอนใต้จึงมีโอกาสถูกควบคุมแนวการวางตัวด้วยลอยเลื่อนแม่ปิง และในทางภูมิลักษณ์ที่บ่งชี้รอยเลื่อน บึงบรเพชรก็มีศักดิ์ทัดเทียมได้กับ กนองน้ำยุบตัว (sag pond) เหมือนกับที่มีใน รอยเลื่อนซานแอนเดรียส ทางตอนใต้ของเมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา

(ซ้าย) ภาพถ่ายดาวเทียมจาก NASA (ขวา) ภาพถ่ายมุมสูงจากเครื่องบินแสดงหนองน้ำยุบตัว ตัดแนวรอยเลื่อนซานแอนเดรียส ทางตอนใต้ของเมืองซานฟรานซิสโก (ที่มา : www.nasa.gov

เพิ่มเติม : ภูมิประเทศบ่งชี้ “รอยเลื่อน”

4.1) พื้นที่ลุ่มต่ำ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

หลักฐานชิ้นต่อมา

4.2) รอยเลื่อนองครักษ์

ปี พ.ศ. มีการอยากาสร้างเมืองใหม่ที่นั่น มีการตั้งศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ที่นั่น มีการท่องเที่ยวที่นั่น จึงไม่ค่อยมีใครอยากจะเห็น

เพิ่มเติม : องครักษ์ . นครนายก : กับแนวเส้นที่ไม่ค่อยมีใครใคร่จะเห็น

4.3) รอยเลื่อนเขาใหญ่

คริส มอร์เลย์ รายงานรอยเลื่อนเขาใหญ่

Ridd และ Morley (2011)

A study of Google Earth images has revealed a hitherto-unrecorded gently curved lineament within the southern marginal zone of the Khorat Plateau in eastern Thailand. The lineament, confirmed by digital elevation model (DEM) images, is at least 130km long and coincides with a dip reversal of the Mesozoic Khorat Group. It is interpreted here as a fault, named the Khao Yai Fault, and it has characteristics which make it unusual within the Khorat Plateau. The fault forms the northern boundary of a belt of several ENE–WSW trending fault splays which are thought to link with the Mae Ping Fault further south; this is interpreted as a left-stepping, sinistral strike-slip duplex about 50km wide and 150km long. Apatite fission track data indicate that exhumation began during the earliest Palaeogene.The Khao Yai Fault is considered in its regional context which includes the Cardamomes Mountains of Cambodia, the offshore Phuquoc-Kampot Basin, and the Khao Thalai Red-beds outlier of the Khorat Group in Southeast Thailand. The latter is interpreted as a down-faulted sliver of the Khorat Group in the Tha Mai Fault belt which is thought, in turn, to be a splay of Thailand’s other major regional fault, the Three Pagodas Fault. Carboniferous, Permian and Triassic shallow-marine rocks with unusual faunas occur in a limited NNW–SSE trending zone to the west and NNW of the Tha Mai Fault and it is suggested that wrench movement on the fault played a part in the emplacement of these rocks.

4.4) ร่องทางเดินโบราณ ไทย-กัมพูชา

ร่องลุ่มต่ำปราจีน ที่ใช้เป็นทางเดินโบราณไปบนทายฉมาย

5) ทะเลสาบเขมร โตนเลสาบ

ต่อมาเมื่อมีการศึกษารอยเลื่อนมีพลังอย่างเป็นระบบปล่อยเรื่องแม่ปิงถูกแบ่งออกเป็นสองช่วงสองงานสองโครงการศึกษาวิจัยได้แก่รอยเลื่อนเมยอุทัยธานีและรอยเลื่อนองครักษ์ทั้งนี้ก็เพราะในระหว่างที่พักบ้านที่ราบลุ่มภาคกลางของไทยรอยเลื่อนแม่ปิงถูกปิด / ด้วยแอ่งตะกอนทำให้ข้อมูลลอยเลื่อนแม่ปิงบริเวณภาคกลางขาดหายไปแต่ถ้าจะมองกันดีดีก็มีหลักฐานยืนยันว่ามันอยู่ข้างใต้ก่อนนั่นแหละ

แต่สุดท้ายชื่อของรอยเลื่อนแม่ปิงหรือรอยเลื่อนวังจ้าวก็เหลือไว้หรือเอาไว้ใช้แค่เป็น ขอบโครงสร้างทางธรณี (geological boundary หรือ geological fault) ที่ใช้ในการอธิบายการรวมกันของการกระจายตัวของหินในพื้นที่ประเทศไทย

. . .
บทความล่าสุด : www.mitrearth.org
เยี่ยมชม facebook : มิตรเอิร์ธ – mitrearth

Share: