สำรวจ

สอบอารมณ์ช่างสลักหินบันทายฉมาร์ ด้วยธรณีวิทยาพนมดงรัก

กังวล คัชชิมา, สมบัติ มั่งมีสุขศิริ, อุเทน วงศ์สถิตย์, ชวลิต ขาวเขียว, สันติ ภัยหลบลี้, ภีร์ เวณุนันทน์, บริสุทธิ์ บริพนธ์, วลัยภรณ์ บริพนธ์, โอภาส จริยพฤติ

1) เกริ่นนำ บันทายฉมาร์

บันทายฉมาร์ (Banteay Chhmar) ภาษาเขมรแปลว่า ป้อมเล็ก (narrow fortress) ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดบันเตียเมียนเจย (Banteay Meanchey) ของกัมพูชา ห่างจากอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้วของไทย ประมาณ 30 กิโลเมตร หลักฐานทางโบราณคดีบ่งชี้ว่า ปราสาทบันทายฉมาร์ สร้างขึ้นโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพื่ออุทิศแก่เจ้าชายศรีนทรกุมาร ลูกของท่าน ที่เสียชีวิตไปก่อนวัยอันควร

บันทายฉมาร์ ถือเป็นปราสาทสำคัญทางตอนเหนือของอาณาจักรแขมร์ มีขนาดใหญ่วัดโดยรอบแนวกำแพง กินพื้นที่ประมาณ 3.5 x 2.5 ตารางกิโลเมตร ซึ่งใหญ่กว่าปราสาทนครวัด แต่เล็กกว่าเมืองพระนคร โดยส่วนตัวปราสาทมีพื้นที่ 250 x 250 ตารางเมตร ชั้นนอกล้อมรอบด้วยระเบียงคดที่มีภาพสลักนูนต่ำ ชั้นในเป็นระเบียงคด โคปุระ วิหาร ลานพิธีกรรม กุฏิ หอพระ ฯลฯ

ในประเด็นของหินก่อสร้าง กลุ่มปราสาทนครวัดนครธม รวมทั้งปราสาทใกล้เคียง มีหลักฐานแน่ชัดว่าหินก่อสร้างนำมาจากทางตะวันตกเฉียงใต้ของ พนมกุเลน (Phnom Kulen) แต่จากการสืบค้นงานวิจัยในอดีต ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่าปราสาทบันทายฉมาร์ใช้หินก่อสร้างจากที่ใด ทราบเพียงว่าตัวปราสาทส่วนใหญ่ใช้ หินทรายสีเทา (หมวดหินภูกระดึง) และหินทรายสีน้ำตาลเหลืองถึงหินทรายสีขาว (หมวดหินพระวิหาร) ซึ่งก็สอดคล้องกับแหล่งตัดหินสระเพลง อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว

อย่างไรก็ตามในกรณีของ ภาพสลักนูนต่ำ ชุดพระอวโลกิเตศวร (Avalokiteśvara) ที่พบทางทิศตะวันตกของตัวปราสาท ประเด็นเด่นชัดที่น่าสนใจในทางธรณีวิทยาคือ ภาพสลักดังกล่าว เป็นการประกอบขึ้นจากหินหลากหลายสีและมีองค์ประกอบของเนื้อหินในรายละเอียดแตกต่างกัน บ่งชี้ว่า 1) แหล่งที่มาของหินมาจากหลายพื้นที่ หรือ 2) เหมืองหินดังกล่าวมีหินหลากหลายชนิดในพื้นที่

นอกจากนี้ จากรอยต่อของหินแต่ละก้อน ที่ประกอบกันเป็นภาพสลักนูนต่ำ ซึ่งไม่มีความเป็นเหลี่ยมเป็นมุมฉาก เช่นเดียวกับตัวปราสาทบันทายฉมาร์ หรือแม้กระทั่งปราสาททั่วไป ทำให้นักวิชาการหลายท่านแปลความไปว่า ผนังแกะสลักนูนต่ำดังกล่าว เกิดจากการนำเศษหินที่เหลือหรือเท่าที่มี มาตัดแปะสร้างเพื่อให้เสร็จทันเวลาอย่างเร่งรีบ

ภาพสลักนูนต่ำ ชุดพระอวโลกิเตศวร (Avalokiteśvara)

นี่จึงเป็นวัตถุประสงค์หลักของบทความวิจัย ที่จะตีความใหม่ในมุมธรณีวิทยาถึง 1) แหล่งที่มาที่เป็นไปได้ของหินที่หลากหลาย และ 2) เจตนารมย์ที่แท้จริงของการเลือกใช้หินหลากหลายสีว่า เร่งรีบทำจากเศษหิน หรือ ตั้งใจทำเพื่อความสวยงาม อย่างรื่นรมณ์

ความรักสีของหินที่ใช้ในการต่อกันเพื่อเป็นกำแพงและแกะสลักเป็นภาพสลักนูนต่ำ

2) ภูมิศาสตร์รอบบันทายฉมาร์

2.1) พนมกุเลน 2.2) เทือกเขาพนมดงรัก

ด้วยปัจจัยทางกายภาพของหินประกอบกับระยะเวลา แรงทางธรณีแปรสัณฐานสามารถทำให้หินมีการคดโค้งโก่งงอของชั้นหินได้อันเนื่องมาจาก แรงบีบอัดของเปลือกโลก ชั้นหินแอ่นตัวเหมือนเรือซ้อนกัน (หินซ้อนกัน) โดยชั้นหินด้านนอกอายุแก่ชั้นหินด้านใน ภูมิประเทศเควสตา (cuesta topography) เควสตา (cuesta) มีที่มาจากภาษาสเปน หรือ ภูเขารูปมีดอีโต้ คือ ภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นแนวภูเขาที่มีสันเขาแหลมคม ด้านหนึ่งของฝั่งเขามีความชันสูง ส่วนอีกด้านหนึ่งของฝั่งเขามีความชันต่ำราดลงไป โดยปกติหากเราพบเห็นภูเขารูปมีดอีโต้ หรือลักษณะภูมิประเทศแบบเควสตา โดยส่วนใหญ่หินในแถบนี้มักจะเป็นหินตะกอนวางตัวเป็นชั้นๆ ตามแนวของฝั่งเขาที่มีความชันสูง และชั้นหินทุกชั้นจะวางตัวเอียงเทไปทางฝั่งที่มีความชันต่ำของเขา

#ภาพ : ภูมิประเทศเควสตา เขายายเที่ยง เขื่อนลำตะคอง ทางขึ้นไปบนที่ราบสูงโคราช .#ภาพ : แบบจำลองการลำดับชั้นหินและแนวการเอียงเทของชั้นหิน#การลำดับชั้นหิน .#ภาพ : ทิวเขาพังเหย รอยต่อระหว่างจังหวัดชัยภูมิ-ลพบุรี-เพชรบูรณ์ #ภาพ : ทิวเขารอยต่อระหว่างจังหวัดชัยภูมิ-ลพบุรี .#ภาพ : เควสตาในต่างประเทศ แสดงการลำดับชั้นหินอย่างชัดเจน#ธรณีวิทยา
ความชันด้านมุมเอียงเท (dip slope) ความชันด้านหน้าผา (scarp slope) ความชันสูงกว่าความชันด้านมุมเอียงเท

อย่างที่บอกหินบนภูเขารูปมีดอีโต้มักจะเป็นหินตะกอน หรือหินชั้น ถ้าดูจากฝั่งเขาที่ชัน หินด้านล่างตรงตีนเขาจะมีอายุแก่ที่สุดและไล่ลำดับความอ่อนขึ้นไปจนถึงยอดเขา ในการสำรวจหิน เช่นเมื่อเราเดินขึ้นจากฝั่งที่ชันขึ้นไปเรื่อยๆ เราจะพบการเปลี่ยนแปลงของหินทีละชนิดแตกต่างกัน ตามลำดับชั้นหิน แต่หากว่าเราต้องการพบหินชนิดเดิมเพิ่มเติม เราควรเดินขนานไปกับแนวเขาที่ระดับความสูงใกล้เคียงกัน เช่น หากเราเดินขึ้นเขาพบหินเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ และมีหินอยู่หนึ่งชั้นที่พบไดโนเสาร์ ซึ่งหากเราต้องการหาไดโนเสาร์เพิ่มเติม เราก็ควรเดินขนานตามแนวชั้นหินนี้ไปตามแนวสันเขา เพราะถ้าหากเดินขึ้นไปบนยอดเขาจะเป็นชั้นหินชนิดใหม่คนละยุค คนละเวลา

สภาพภูมิประเทศโดยรอบปราสาทบันทายฉมาร์ ทางตะวันตกเฉียงใต้มีเนินหลังเต่าที่ปกคลุมไปด้วยตะกอนดินจึงไม่สามารถตัดหินได้ ส่วนตลอดแนวทางตอนเหนือคือเทือกเขาพนมดงรัก ด้านที่เป็นหัวมีดอีโต้ในทางธรณีวิทยา ซึ่งหากเดินขึ้นด้านนี้จะพบหินหลากหลายชนิด

3) ธรณีวิทยาบันทายฉมาร์

ยกเว้นหมวดหินภูทอกและน้ำพองที่ไม่เห็นมาใช้สร้างปราสาท (ยกเว้นพนมวัน) รายละเอียดหิน (Meesook et al. 2002)

ยุคไทรแอสสิก (Triassic Period)

  • หมวดหินห้วยหินลาด หนา 250 เมตร ประกอบด้วยฐานหินปูน ชั้นบนสุดเป็นหินทรายสีเขียวหรือสีแดงอมเทา ใช้สร้างปราสาทนครวัด
  • หมวดหินน้ำพอง

ยุคจูแรสสิก (Jurassic Period)

  • หมวดหินภูกระดึง หนา 800-1200 เมตร ซึ่งเป็นส่วนล่างของที่ราบสูงโคราช ประกอบด้วยหินโคลนสีแดง หินทรายสีเทาและสีน้ำตาลเหลือง ที่สร้างปราสาทนครวัด (Angkor Wat) บันทายฉมาร์ (Banteay Chmar) เบ็งเมเลีย (Beng Mealea) เกาะแกร์ (Koh Ker) และปราสาทพระขันธ์แห่งกำปงสวาย (Preah Khan of Kompong Svay) รวมถึงปราสาทวัดภู ในประเทศลาว งานวิจัยบ่งชี้ว่า หมวดหินภูกะดึงที่ใช้ในการสร้างประสาทเหล่านี้ ตัดมาจากเชิงเขาทางตะวันออกเฉียงใต้ของ พนมกุเลน ซึ่งพบเหมืองหินมากมาย (เซาริน 1954; Delvert 1963; Boulbet 1979)

ยุคจูแรสสิก-ครีเทเชียส (Jurassic-Cretaceous Period)

  • หมวดหินพระวิหาร หนา 100–250 เมตร เป็นหินทรายสีน้ำตาลอมเหลืองถึงหินทรายสีขาว ตะกอนมีขนาดทรายเม็ดละเอียดถึงเนื้อหยาบ

ยุคครีเทเชียส (Cretaceous Period)

  • หมวดหินเสาขัว หนา 200-760 เมตร หินทรายเนื้อละเอียดถึงปานกลางสีแดง ทั้ง หมวดหินพระวิหาร (หินทรายสีน้ำตาลอมเหลือง) และ หมวดหินเสาขัว (หินทรายสีแดง) คาดว่าใช้ก่อสร้าง ปราสาทบันทายศรีเท่านั้น (Uchida et al. 1998) ทั้งนี้เนื่องจากบันทายศรีตั้งอยู่ใกล้กับภูเขากุเลน ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วย หมวดหินพระวิหาร หมวดหินเสาขัว และ หมวดหินภูพาน หรือที่ในประเทศกัมพูชาในชื่อ Grès Supérieurs Formation (สหประชาชาติ 1992)
  • หมวดหินภูพาน หนา 80-140 เมตร เป็นหินทรายสีขาวถึงสีเทาอ่อน ทรายมีเม็ดปานกลางถึงหยาบ การคัดขนาดดี โดยทั่วไปจะเรียงเป็นแนวขวาง เหมืองหินยุคขอมที่ อ. สีคิ้ว และ อ. บ้านกรวด
  • หมวดหินโคกกรวด หนา 430–700 เมตร หินทรายสีน้ำตาลแดงถึงน้ำตาลเหลือง ประกอบด้วยควอตซ์เนื้อละเอียด

ยุคครีเทเชียสตอนปลาย (Late Cretaceous Period)

  • หมวดหินมหาสารคาม หนา 610–1000 เมตร หินอีวาพอไรต์ (เฮไลต์และแอนไฮไดรต์) หินทรายสีน้ำตาลแดง โดยหินทรายนี้จะมีสีแดงอ่อนกว่าหินทรายหมวดหินโคกกรวด
  • หมวดหินภูทอก

ปราสาทที่อยู่ภายในที่ราบสูงโคราช ใช้หมวดหินโคกกรวด ส่วนปราสาทที่อยู่ขอบโคราชใช้ หมวดหินพระวิหาร หมวดหินเสาขัว หรือ หมวดหินภูพาน มีบางประสาทที่สร้างจาก หมวดหินภูกระดึง ซึ่งทั้งหมดเกิดจากสภาพทางธรณีวิทยาของหินใกล้เคียงเป็นปัจจัยควบคุม

หมวดหินภูกระดึง หินทรายสีเทาถึงน้ำตาลอมเหลือง ใช้สร้างปราสาทในกัมพูชา แต่ไม่ได้ใช้สร้างปราสาทบนที่ราบสูงโคราช ยกเว้นราวบันไดบางส่วนของปราสาทเมืองต่ำ และ เนื่องจากหมวดหินภูกระดึงไม่ได้โผล่บนที่ราบสูงโคราชตอนใต้ จึงเชื่อว่าน่าจะมีการขนหินทรายสีเทาถึงน้ำตาลเหลืองขึ้นมาจากทางฝั่งกัมพูชา

3) มูลเหตุความหลากหลายของชนิดหิน

เควสตา ถ่ายรูปหนังสือสอนกันมาอธิบาย

4) ขมวดเป้าแหล่งเอาหินบันทายฉมาร์

ความน่าจะเป็นของหินจากพนมดงรัก

หินหลายอย่าง อยู่ใกล้ LCP และขนแบบลงตามความชัน และอาจมีคลอง ร่องน้ำ แต่ร่องน้ำไหลไปตะวันออก แปลเรื่องร่องน้ำด้วย ดีไม่ดีเป็นได้ 2 อย่าง 1) แถบตรงข้ามสาย 3 เพรสะใกล้ตาม lcp หรือ แถบตะวันตกเฉียงเหนือ เพราะก็มีโอกาสหลากหลายสี และล่องคลองมา ถ้าขนมาจากพนมกัเลย สวนทาง

บางพื้นที่เหยียบบบน bed ได้ เลยเซาะจากบนลงล่าง เป็นรู ได้หลายก้อน พื้นที่กว้าง เหมือนจะพอกับตัวปราสาท //// แต่กรณีนี้ หินแผ่นตื้น (ติดผนัง) และบาง และล้อตาม bed บางbed เอียงก็เซาะตามแนวเดียง เลยได้น้อย หลากสี ไม่สี่เหลี่ยม ไม่หนาทึบ

พฤติกรรมการตัดหินจากสภาพพื้นที่ที่แตกต่าง

ตัดบาง ตัดตื้น น่าจะตัดจากด้านข้าง

ภาพตัดขวางตามแนวเทือกเขาพนมดงรักแสดงลักษณะของหัวอีโต้อย่างชัดเจนซึ่งสามารถพบเห็นได้หลากหลายชนิดหลายสี

ภาพลานตัดหิน สายสาม รูปใบบัว รูปป่ายูคา บอกว่าตัดบนพื้นหลังเต่า ใช้วิธีเจาะจากบนลงล่าง ภาพสระเพลงด้วย

https://www.metmuseum.org/about-the-met/conservation-and-scientific-research/projects/khmer-stones

https://heritagesciencejournal.springeropen.com/track/pdf/10.1186/s40494-020-00383-2.pdf

อ้าง paper รู้จักลายหิน ก่อนตัดหิน ซึ่งพอรู้ลายหินแล้วเค้ามักแกะจากบนลงล่างขวาง LINE ดังนั้นการเซาะตามระนาบ bed ผมจึงมองว่าเป็นเรื่องตั้งใจ จงใจ ไม่ใช่เศศษเหลือของหิน

บันทายฉมาร์ กับความน่าอภิรมณ์

นักวิจัยฝรั่งจะบอกว่ารูปปั้นต่างๆที่อยู่ในบ้านไทยสมายล์สลักมาจากหินที่มีองค์ประกอบเหมือนกับพนมกูเลนแต่ผมก็เชื่อว่า เห็นที่ใช้สร้างปราสาทน่าจะเอามาจากตอนเหนือด้วยสาเหตุที่ว่าระยะทางใกล้กว่าและการขนส่งก็เป็นการขนแบบลาดลงไม่ใช่คนขึ้นจากพนมกูเลนซึ่งในกรณีที่ใช้ขิงปริมาณมากพื้นที่ที่พอจะเป็นไปได้ของแหล่งตัดทิ้งก็น่าจะเป็นฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือแถบอรัญอย่าประเทศหรือสระแก้วที่ มีโอกาสพบหินบนหลังเต่าได้ ตัดหินชนิดเดียวกันเป็นพื้นที่กว้างในปริมาณมากๆ ได้

ในส่วนของหินแกะสลักน่าจะเอามาจากทางตอนใต้ของเทือกเขาพนมดงรักส่วนหินที่ใช้สร้างปราสาทบันทายชมาหน้าผมเชื่อว่าน่าจะขนมาจากเทือกเขาพนมดงรักฝั่งเขมร

ความคัลเลอร์ฟูล อย่างกับบันทายฉมาร์นั้นเป็นผู้มาก่อนกาล LGBTQ+ 

LGBTQ+ หมายถึง lesbian, gay, bisexual และ transgender แต่ปัจจุบันเริ่มมีการใช้คำว่า LGBTQ+ กันอย่างแพร่หลาย เพื่อรวม queer ซึ่งเป็นคำกว้าง ๆ เรียกผู้ที่ไม่ใช่รักเพศตรงข้าม แต่ก็ไม่ระบุเพศตัวเองชัดเจน

ในส่วนของโครงสร้างทางสถาปนิก จะ xxx หรือ xxx หรือชื่อส่วนต่างๆ โคปุระ ป้อม ระเบีบงคด หรือแม้กระทั่ง ลวดลายภาพแกะสลักนูนต่ำต่างๆ รามายนะ ตรีมูรติ ทศกัณฐ์”และ”กุมกกรรณ พระนางปรัชญาปารมิตา พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งอานุภาพ ในฐานะนักธรณีวิทยาสมัครเล่นมาในวงโบราณคดีขอออกตัวก่อนเลยว่าเรื่องพวกนี้ขอผ่านเพราะบอร์ดร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าให้ดูเรื่องหินบอกเลยว่าตาเหยี่ยวแล้วก็ทุกครั้งที่เดินไปก็จะสังเกตว่าหินอะไรวะก็เลยมาสะดุดตรงที่ภาพสลักทางด้านทิศตะวันตกเราจะเห็นว่าไม่เหมือนกับที่อื่นๆตรงที่มีหินหลักหลายชนิดประกอบกันกลายเป็นผนังก่อนที่จะมีการแกะสลักในใจก็คิดอ้าวแล้ว ถ้าไม่คิดไม่ทำเดี๋ยวจะเสียศักดิ์ศรีนักธรณีวิทยาอย่ากระนั้นเลยแปลความกรุบกรุบพอเป็นกะสัยให้เค้ารู้ว่าเรายังพอมีของ

อีกอย่างที่น่าสนใจคือหินที่ตัวปราสาทไม่ได้มีหลากหลายเป็นหินเพียงชนิดเดียวแต่กำแพงมีหลากหลายนั่นหมายความว่าการมีหินชนิดเดียวหรือมีกินหลากหลายน่าจะเป็นเจตนาหรือจงใจที่อยากให้เป็นเช่นนั้น

Share: